| บทคัดย่อ วิทยานิพนธ์
ชื่อเรื่อง ความคิดเห็นของครูผู้สอนที่มีต่อปัญหาการบริหารงานวิชาการ
ระดับก่อนประถมศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษา
สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์
ผู้วิจัย สุรสิทธิ์ ถิตย์บุญครอง ปริญญา ค.ม. (การบริหารการศึกษา)
M.Ed. (Educationl Administration)
กรรมการที่ปรึกษา ผศ.พัฒนา เหล่าวิศาลสุวรรณ ประธานกรรมการ
อาจารย์สุรวาท ทองบุ กรรมการ
อาจารย์ทัศนีย์ นาคุณทรง กรรมการ
ผศ.ดร.สมศักดิ์ คำศรี ผู้แทนบัณฑิตวิทยาลัยสอบวิทยานิพนธ์
อาจารย์สมยศ อันทะลี ผู้ชำนาญการสอบวิทยานิพนธ์
ผศ.สุวรรณ อภัยวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญตรวจรูปแบบวิทยานิพนธ์
สถาบันราชภัฏมหาสารคาม 2545
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบ ความคิดเห็นของครูผู้สอน
ที่มีต่อปัญหาการบริหารงานวิชาการระดับก่อนประถมศึกษา ในโรงเรียนประถมศึกษาสังกัด
สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ครูผู้สอนระดับ
ก่อนประถมศึกษา จำนวน 278 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูล
ด้วยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ และการทดสอบไค - สแควร์
ผลการวิจัยพบว่า ครูผู้สอนมีปัญหาการบริหารงานวิชาการดังนี้
1. ปัญหาการจัดห้องสมุดของเล่นมีปัญหาร้อยละ 96.0
2. ปัญหาการจัดกิจกรรมตามตารางกิจกรรมประจำวันมีปัญหาร้อยละ 89.6
3. ปัญหาวัสดุประกอบหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอนมีปัญหาร้อยละ 88.8
4. ปัญหาของแนวการจัดประสบการณ์มีปัญหาร้อยละ 81.7
5. ปัญหาการประเมินพัฒนาการเด็กมีปัญหาร้อยละ 80.6
6. ปัญหาการนำแนวและแผนการจัดประสบการณ์ไปใช้มีปัญหาร้อยละ 79.9
7. ปัญหาการจัดกิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเด็กมีปัญหาร้อยละ 77.7
8. ปัญหาการประชุมอบรมทางวิชาการมีปัญหาร้อยละ74.1
9. ปัญหาการนิเทศภายในมีปัญหาร้อยละ 71.2
การเปรียบเทียบปัญหาพบว่า ปัญหาการบริหารงานวิชาการที่ไม่แตกต่างกันคือ
1. ปัญหาการจัดกิจกรรมตามตารางกิจกรรมประจำวัน
2. ปัญหาวัสดุประกอบหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอน
3. ปัญหาการประเมินพัฒนาการเด็ก
4. ปัญหาการจัดกิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเด็ก
5. ปัญหาการนิเทศภายใน
และพบปัญหาการบริหารงานวิชาการแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คือ
1. ปัญหาแนวการจัดประสบการณ์
2. ปัญหาการจัดห้องสมุดของเล่นแตกต่างกันตามขนาดโรงเรียน
3. ปัญหาการประชุมอบรมทางวิชาการแตกต่างกันตามวุฒิการศึกษาของครูผู้สอน
4. ปัญหาการนำแนวและแผนการจัดประสบการณ์ไปใช้แตกต่างกันตามประสบการณ์
ในการสอนระดับก่อนประถมศึกษา
ผู้เชี่ยวชาญ
อาจารย์โณทัย อุดมบุญญานุภาพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสิธุ์ เขต 1
อาจารย์ราตรี โลหะมาศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสิธุ์ เขต 1
ผอ.กุลธวัช จันทร์ประทักษ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสิธุ์ เขต 2
ครูดารา ดาวดึงษ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสิธุ์ เขต 2
ครูรวงทอง ลาฝอย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสิธุ์ เขต 2
Title: THE TEACHERS OPINION ABOUT ACADEMIC ADMINISTRATION
PROBLEMS on PRE-PRIMARY EDUCATION LEVEL iN
PRIMARY SCHOOLS UNDER THE KALASIN PROVINCIAL
PRIMARY EDUCTION OFFICE.
Author: SURASIT TITBOONKRONG
DEGREE M.Ed. (Educational Administration)
Advisors:
PATTANA LAOVISANSUWAN, ASSISTANT PROFESSOR, CHAIRPERSON
SURAWAT TORNG-BU, INSTRUCTOR COMMITTEE
TASSANEE NAKOONSONG, INSTRUCTOR COMMITTEE
rAJABHAT INSTITUTE MAHA SARAKHAM 2002
Abstract
The purposes of this research were to investigate and compare the teachers opinion about academic administration problems on pre-primary education level in primary schools under the Kalasin provincial primary education office. The sample in this study were 278 pre-education teachers. The instrument was questionnaires of 2 sections. The statistical values were the frequency, percentage and chi-square test.
The finding of this study was that the teachers faced the administration difficulties in the following; 1) The toy libraries management was 96.0 percent. 2) The daily activities scheduling management was 89.6 percent. 3) The supplementary material and instruction media management was 88.8 percent. 4) The guideline of the experience exercise plan was 81.7 percent. 5) The children development evaluation was 80.6 percent. 6) The implementation of experience exercises plan was 79.9 percent. 7) The instruction activity management for preparing the children,s readiness was 77.7 percent. 8) The teachers ,academic training were 74.1 percent. 9) The internal information was 71.2 percent.
In comparison study were no different in academic administration problems as follow : the daily activities scheduling management. The supplementary material and instruction media management. The children development evaluation. The instruction activity management for preparing the children,s readiness. The internal information. All in all, it was found academic administration problems were statistically significant difference 0.05 as follow: toy libraries management and Guideline of the experience exercise plan has different problems in school size. Academic training had different problems in education level. The implementation of experience exercise plan had different problems in different teaching experience in pre-primary.
งานวิจัย
ชื่อเรื่อง การพัฒนาการใช้ทักษะภาษาไทยสำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ในโรงเรียนบ้านหนองชุมแสง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2
ผู้วิจัย สุรสิทธิ์ ถิตย์บุญครอง
อาจารย์ที่ปรึกษา
ผศ.กฤษณา สมะวรรธนะ ภาควิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม
ผศ.ทัศนีย์ นาคุณทรง ภาควิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม
อาจารย์นิรันดร์ นิติสุข มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
อาจารย์วรพจน์ ฉายจรุง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
นางสาวพวงเพชร์ จุรุเทียบ ศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
ผอ.สุรเชษฐ์ พละเอ็น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสิธุ์ เขต 2
ผอ.อเนกบุญ นาชัยฤทธิ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสิธุ์ เขต 2
ผู้เชี่ยวชาญ
อาจารย์ราตรี โลหะมาศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1
อาจารย์เกษร ทองแสน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสิธุ์ เขต 2
ครูอัมพร นะระแสน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสิธุ์ เขต 2
โรงเรียนบ้านหนองชุมแสง ปีการศึกษา 2549
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะด้านการพูดภาษาไทยกลางสำหรับเด็ก
ปฐมวัย โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ( CAI ) ประชากรเป็นนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ปีการศึกษา
2549 โรงเรียนบ้านหนองชุมแสง อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 17 คน
เครื่องมือที่ใช้คือ บทเรียนคอมพิวเตอร์ฝึกการพูดภาษาไทยกลาง และแบบประเมินพัฒนาการ
ด้านการพูดภาษาไทยกลางของเด็กปฐมวัย
ผลการวิจัย พบว่า นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 มีพัฒนาการด้านการพูดภาษาไทยกลาง
หลังเรียนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนดีขึ้นกว่าก่อนเรียน และบทเรียนคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพ
E1/ E2 เท่ากับ 80.12 / 88.82 ผ่านเกณฑ์ มาตรฐานร้อยละ 80 / 80
ผลงานทางวิชาการ
ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ สื่อสายใยสายรักสำหรับเด็กปฐมวัย
ผู้วิจัย สุรสิทธิ์ ถิตย์บุญครอง
อาจารย์ที่ปรึกษา
ผศ.กฤษณา สมะวรรธนะ ภาควิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม
ผศ.ทัศนีย์ นาคุณทรง ภาควิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม
อาจารย์นิรันดร์ นิติสุข มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
ผอ.สุรเชษฐ์ พละเอ็น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสิธุ์ เขต 2
ผอ.อเนกบุญ นาชัยฤทธิ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสิธุ์ เขต 2
ผู้เชี่ยวชาญ
อาจารย์ราตรี โลหะมาศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1
อาจารย์เกษร ทองแสน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสิธุ์ เขต 2
ครูอัมพร นะระแสน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสิธุ์ เขต 2
โรงเรียนบ้านหนองชุมแสง ปีการศึกษา 2549
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์คือ
1. เพื่อให้ผู้เรียนสร้างงานศิลปะ ด้วยวิธีการใหม่โดยใช้สื่อสายใยสายรัก
2. เพื่อส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการ
3. เพื่อส่งเสริมการใช้กล้ามเนื้อเล็ก และพัฒนาประสาทสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา
4. เพื่อส่งเสริมให้มีการปรับตัวในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
5. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อสื่อสายใยสายรัก
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแผนการจัดประสบการณ์เตรียมความพร้อมพื้นฐาน
ทางคณิตศาสตร์โดยใช้เกมการศึกษา ประชากรเป็นนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ปีการศึกษา 2550
โรงเรียนบ้านหนองชุมแสง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 อำเภอหนองกุงศรี
จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน14 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แผนการจัดประสบการณ์เตรียมความพร้อม
พื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยใช้เกมการศึกษา และแบบประเมินความพร้อม พื้นฐานทางคณิตศาสตร์
ผลการศึกษา พบว่า แผนการจัดประสบการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
โดยใช้เกมการศึกษา ชั้นอนุบาลปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ E1/ E2เท่ากับ 81.43 / 88.57
คุณภาพผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80 / 80 และพัฒนาการพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน
หลังเรียนดีขึ้นกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
|